Narumol 的个人资料slimpu~*照片日志列表更多 工具 帮助

日志


1月31日

ก็ใจไม่ใช่ก้อนหิน..

ฉันรู้รักนี้มันเสี่ยง และฉันเป็นเพียงคนหนึ่งในหลายคนที่เธอมอง
ไม่ควรจะคิดฝัน จะได้ใจเธอนั้นมาครอง ต่อให้ใจเรียกร้องต้องการ
ก็รู้ว่าควรหยุดไว้

สายตาเธอ ที่ทำให้ซึ้งใจ ฉันพอรู้คนอื่นก็ได้ไป
แต่ทั้งรู้อย่างนั้น ฉันเองก็ยังเผลอไป

ใจมันไม่ใช่ก้อนหิน ใจมันก็เลยหวั่นไหว ยิ่งพบยิ่งได้เจอเธอ ยิ่งรักขึ้นทุกวัน
ใจมีแต่เธอเท่านั้น ก็รักเธอมานาน ต่อให้เอาเหตุผลมาห้ามมัน
แต่อารมณ์ก็พาฉันมาจนไกล

อยากบอกว่าฉันคิด คิดที่จะหาทางออก แต่มันยังสับสนเกินบอก
ว่าฉันควรทำแบบไหน

สายตาเธอ ที่ทำให้ซึ้งใจ ฉันพอรู้คนอื่นก็ได้ไป
แต่ทั้งรู้อย่างนั้น ฉันเองก็ยังเผลอไป

ใจมันไม่ใช่ก้อนหิน ใจมันก็เลยหวั่นไหว ยิ่งพบยิ่งได้เจอเธอ ยิ่งรักขึ้นทุกวัน
ใจมีแต่เธอเท่านั้น ก็รักเธอมานาน ต่อให้เอาเหตุผลมาห้ามมัน
แต่อารมณ์ก็พาฉันมาจนไกล
 
*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*+..+*


ต่อให้ใจเรียกร้องต้องการ
ก็รู้ว่าควรหยุดไว้

ฉันเองก็ยังเผลอไป
 
ต่อให้เอาเหตุผลมาห้ามมัน
แต่อารมณ์ก็พาฉันมาจนไกล
 
 
ไงละ..ขนาดเตือนตัวเองอยู่ทุกวัน
สมน้ำหน้าตัวเองนัก..ทำเป็นเก่ง
........................
ก็ไม่รู้ตัว..ว่าอารมณ์พามาไกลขนาดไหน
รู้อีกที..ก็ไม่อาจห้ามใจได้แล้วละ
แล้วฉันควรทำยังไงดีละเจ้าดอกไม้
........................
หยุดไว้..หรือ..ปล่อยไปตามหัวใจดี
แย่แล้ว..ช่วยด้วย
 
 
1月27日

วันที่ฉันป่วยกาย..ป่วยใจ

สัปดาห์หนึ่งผ่านมา..มิได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน..มัวแต่นอนซมเพราะพิษไข้..นอนจนเหนื่อย
ไม่รู้ว่า..ไข้อะไรกันแน่..ไข้กาย..หรือไข้ใจ...หรือ phychosomatic แบบอาการของจิต..ที่มีผลต่อร่างกาย..ท่าจะอาการหนัก..
 
แต่ก็เริ่มตั้งแต่คืนนั้น..อากาศเย็นลง..พาไปถึงหนาวใจแปลกๆ..อาการหวัด..กะภูมิแพ้เริ่มถามหา..แต่วัรเสาร์ยังดิ้นรนไปทำงาน (ไม่เจียมตน)..กลับมา..วันอาทิตย์นอนตายอีกวันเต็ม..เออๆ..แถมมีไข้เล็กน้อยพองาม..ไม่ให้น่าเกลียด..แล้วก็หาย..แต่ที่หายไม่ใช่ไข้..แต่เป็นเสียง..หายไป....พูดกับเพื่อนด้วยเสียงเดซิเบลต่ำๆ..นึกว่าจะเซ็กซี่..แต่เพื่อนบอกน่ารำคาญไปนอนเหอะแก..เออทำไมนะ..เวลาคนป่วยชอบไล่ไปนอนกันซะจริง..ทั้งที่เราก็นอนมาจนตาแข็ง..นอนจนเหนื่อยแล้ว..ช่างไม่รู้อะไรบ้างเลย
 
พอเริ่มอาการดี..ก็พกพาเสียงอันเซ็กซี่ไปแลป..(โน้น..ปาเข้าไปวันพุธ)..หลังจากถูกตามตัวมานาน..เพื่อนๆก็เข้ามาถาม..ด้วยความเป็นห่วง...และแล้วก็ได้ทำแลป..แต่อาการไม่ดีขึ้น..เลยต้องกลับบ้าน
 
อีกวันต้องไปเก็บผลแลป(วันพฤหัส)  เฟลอีกละ..ไปเก็บผลด้วยอาการไข้กำเริบอีก..เพื่อนเห็น..อาการไม่ค่อยดี..
 
เพื่อน   มีไข้ไหม๊ ปูจัง
ฉัน      เออ..มีนิดหน่อยแฮะ
          (แบบว่าหน้าตาโทรมสุดๆ..มันไม่ใช่อาการไข้อย่างเดียว..แต่เป็นไข้ที่ผสมอาการปวดท้องเพราะเป็นวันแรกของ ช่วงนั้นของเดือน..หนุ่มๆทั้งหลายคงไม่รู้ซึ้งถึงความทรมานของอาการปวดท้อง แต่ฉันก็ไม่ได้บอกเพื่อนว่าปวดท้องด้วย)
เพื่อน   คาเซะ ก๊ะ ฮีเต๊ะ..เน๊ะซึ ก๊ะ อัตเต๊ะ..คาเอ๊ะริ่...(ประมาณว่า เป็นหวัด มีไข้ กลับไปซะ)
ฉัน      (ทำหน้าซึ้งว่าเพื่อนเป็นห่วง) จ๊ะ..เข้าใจแล้ว..เด่วจะกลับละ
เพื่อน   ถ้าเป็นไข้..ก็ไม่ต้องมาดีกว่า..(ทำหน้าแบบกลัวๆ)
ฉัน      จ้าๆๆ....เด่วกลับละ...(ในใจชักไม่แน่ใจว่าเออ..มันเป็นห่วงหรือกลัวติดไข้กันแน่ฟะ)
 
ว่าแล้วฉันก็เก็บกระเป๋ากลับบ้าน..ไปอยู่แลปได้ไม่ถึงชั่วโมง.....ก็จะไม่ให้กลับได้ไง..เล่นรุมไล่กันขนาดนั้น...
 
 
วันนี้วันศุกร์..เป็นอีกวันที่ไม่ได้ไปแลป..สรุปอาทิตย์หนึ่งเต็มๆที่ไม่ได้ทำอะไรเลย...แต่ขอบคุณมิตรรักแฟนคลับ..ที่ส่งเสียงมาทักทาย..สอบถามอาการ..ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่หรือป่าว..
ก็เริ่มดีขึ้นแล้ว..เสียงเริ่มกลับมา..ไข้หายแล้ว..มิต้องเป็นห่วง...หายแล้วจ้า
 
อีกอย่างที่หายแล้ว..คือใจ...จ้า..ใจหายไปด้วย
จากเวลา..นานวันไม่รู้ว่าหายไปไหน..มารู้ตัวอีกที..มันหายไปแล้ว..หายไปจริงๆ..
ใจหาย..เมื่อได้รับรู้..
ใจหาย..เมื่อได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง..
ใจหายๆ..มันหวิวๆ..เหมือนมันกำลังจะละลาย...
ยิ่งรับรู้เหมือนเอาเข็มมาแทงใจ..ไหวๆ..จิ๊ดๆ..ยังไงชอบกล..
แต่ยังทำหน้าระรื่น..เหอะๆๆๆ...เพิ่งรู้ว่า..อ้อ ไอ้ที่เค้าว่าหน่าชื่นอกตรม..นี่มันแบบนี้เอง..
แล้วก็ยังทำเหมือนไม่มีอะไร..ทั้งที่ข้างใน..อยากกรีดร้อง..
(ดีนะพอมีวิชาติดตัวมาบ้าง..เลยกำหนดไว้ทัน..เอาว๊า..ยินหนอ..เห็นหนอ)
 
แปลกดี..เวลาผ่านเรื่อยมาเหมือนเป็นความเคยชิน..ไม่เคยถามหัวใจตัวเอง...แต่พอได้รับรู้..ได้ยิน..ได้ทบทวนเรื่องราว..จึงได้เรียนรู้ว่าตัวเองรู้สึกยังไง..แต่ก็ทำอะไรไม่ได้..นอกจากรับมา..เรียนรู้และอยู่กับมันต่อไป..
 
 
 
อาการป่วยกาย..จะหายได้ยังไง..เมือ่ใจยังไม่หายดี
ที่เงียบและวางเฉย..ใช่ว่าจะไม่รู้สึกอะไร..
แต่มันทำอะไรไม่ได้ไปกว่า..พูดคุยกับเธอเหมือนเดิม
ให้ทุกอย่างเหมือนเดิม..
ให้ทุกอย่างเป็นไป..อย่างที่เป็นมา..
..ให้เวลาเป็นตัวรักษาใจ..สักวันฉันคงหายดี
 
 
 เขียนวันเพิ่งฟื้นไข้..ก็เพ้อๆอย่างนี้แหละ.
...อย่าได้เอาไปใส่ใจเลย..เจ้าดอกไม้
 
1月23日

บันทึกเล่มเก่า

...บันทึก..หรือไดอะรี่..หรืออะไรก็ตาม..แล้วแต่คนจะเรียก..ฉันเป็นคนหนึ่งที่ชอบเขียนบันทึก..ฉันไม่ได้เขียนทุกวัน...จะเขียนก็ต่อเมื่อมีเรื่องราวที่อยากจะเขียนลงไปเท่านั้น...ไม่เฉพาะในสมุดบันทึกเท่านั้น..แต่ฉันแอบไปเขียนในที่ต่างๆเสมอ..กระดาษโน๊ตบ้าง..สมุดเรียนบ้าง..กระดาษใบเสร็จรับเงินยังมี..ทิชชู่ก็ยังเคยแอบเขียนลงไป..แบบว่าเป็นคนหลงไหลงานเขียน..เวลาอยากเขียนเหมือนเกิดอาการอยากเสพ..ต้องเขียนลงไปในอะไรสักอย่างไม่งั้นจะลงแดง..
 
...วันนี้ฉันนอนไม่หลับ..เลยเอาบักทึกเล่มเก่าๆมานั่งอ่าน..มันทำให้ฉันเจอเรื่องราวที่ผ่านมา..เจอกลอนเก่าๆ ที่เขียนไว้..รู้สึกแปลกใจดี..ที่ชีวิตคนเราผ่านเรื่องราวมาได้เยอะมากมายเพียงนี้..ไม่ว่า..เศร้า เหงา สุข สนุก..ทุกอย่างยังคงอยู่..อยู่ในบันทึกเล่มเก่า..อยู่ในความทรงจำ..อยู่เพื่อให้เรายิ้ม..ให้เราได้เรียนรู้กับมัน..
 
...ทุกวันนี้..ฉันยังคงเขียนบันทึก..ฉันว่ามันคลาสสิค กว่าการเขียนลงใน blog ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ ถ้อยคำ สำนวนและลายมือของเรา จะเปลี่ยนไปตามช่วงวัยที่เปลี่ยนไป...ทุกอย่างบอกเราได้เสมอถึงความเปลี่ยนแปลง..แม้แต่ตัวเราเอง..ก็เปลี่ยนไป..โดยที่เราไม่เคยรู้ตัวเสมอ...
 
..เรื่องราวที่ถูกเขียนอยู่ในบันทึก..บอกให้เรารู้ว่า..เราผ่านสิ่งต่างๆตามกาลเวลาจนมานั่งย้อนกลับไปอ่านได้ในวันนี้...จะแปลกอะไร..ถ้าเรื่องราวในวันนี้..ก็จะกลับกลายเป็นเรื่องราวที่ถูกบันทึกให้เราได้นั่งอ่านในวันข้างหน้า..ให้เราได้นั่งยิ้มได้อีกครั้ง...
 
..ที่ผ่านมา..เราผ่านเรื่องราว..มาได้จนทุกวันนี้..เรื่องราวในวันนี้..ก็จะผ่านไปได้เหมือนที่ผ่านมา..แล้วทุกอย่างก็จะกลายเป็น..เรื่องราวในบันทึกเล่มเก่าของฉันอีกครั้งหนึ่ง..
 
+.*.+*..+**+~+**+~**~+*+*+*+*+*+*+*+~**~+**+~+**+..*+.*.+
 
บันทึกเล่มเก่า..
ยังบอกเล่าเรื่องราวอุ่นๆ..
ในค่ำคืน..คืนที่ใจไหวๆวุ่นๆ..
เพราะเรื่องราวของคุณ..มันครุกรุ่นในหัวใจ..
..........................
วันนี้..ตอนนี้..
เธอสร้างเรื่องราวดีๆ...รู้ตัวบ้างไหม..
แม้ว่า..ฉันไม่ใช่คน..ที่เธออยากเรียนรู้.และเข้าใจ..
ไม่ใช่คนที่เธอ..อยากอยู่ใกล้..ตอลดเวลา..
.........................
มันก็เป็นเพียง..ช่วงเวลาหนึ่ง..
ที่เธอทำให้คนเหงาๆได้รู้ซึ้งถึงคุณค่า..
ของคำว่า..คิดถึง..คึดถึง..ทุกเวลา..
ตลอดเรื่อยมา..ไม่เคยเปลี่ยนไป..
........................
บันทึกเล่มเก่า
ยังบอกเล่าเรื่องราว..ไม่เปลี่ยนไปไหน....
ฉันก็อยากเป็นคน..ที่เธอมีใจ..
แต่ความรู้สึก..มันห้ามกันไม่ได้..ฉันเข้าใจและรับมา
.......................
ฉันคงเลิกคิดถึงเธอไม่ได้..
แค่หยุดหัวใจ..ไม่ให้ไหว..ร่ำหา..
บอกใจให้พอ หยุดไว้เพียง..ความรู้สึกดีๆแค่นี้ดีกว่า
ก่อนเรื่องราวที่ผ่านมา..จะทำร้ายใจกัน
.......................
จากนี้..เรื่องราวของเธอคนดี.
จะถูกบันทึกไว้ที่นี..ที่หัวใจฉัน
เพื่อให้ได้คิด..ถึงสิ่งดีๆ..ทีผ่านมาถึงกัน..
และยิ้มได้..กับเรื่องราวของคืนวัน..เมื่อมองย้อนกลับมา..
.......................
จะยังคงคิดถึงเธอ..เจ้าดอกไม้
 
+.*.+*..+**+~+**+~**~+*+*+*+*+*+*+*+~**~+**+~+**+..*+.*.+
 
 
1月11日

แค่เอื้อมหรือสุดเอื้อม..กันแน่นะ

 

ขอ..บันได..ได้มั๊ย..เจ้าดอกไม้

เผื่อสักวัน..ฉันจะได้..

ปีนขึ้นไป

เอื้อมให้ถึงหัวใจเธอ

 

ฉันถ่ายรูปนี้ได้โดยความบังเอิญ...
ในวันหนึ่งหลังจากหิมะตกหนัก..พยายามถ่ายใหม่ก็ไม่ได้..
มันเป็นรูปที่โฟกัสไม่ชัด..องค์ประกอบของรูปขาดๆเกินๆ..รู้สึกโล่งๆ..แต่ดูแล้วอึดอัด..บอกไม่ถูก..
แต่เห็นครั้งแรก..
รู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูก..ครั้งแรกก็ตั้งชื่อว่า ..สุดเอื้อม..

เพราะมันคือรูป..กิ่งซากุระ จากต้นสองต้น..ที่มาตรงกันด้วยความบังเอิญ...กิ่งหนึ่งใบร่วงหมดแล้ว..รอวันดอกใบผลิบานในช่วงฤดูใบไม้ผลิ..แต่อีกกิ่ง..ใบสุดท้ายกำลังจะร่วงหล่นไปจากกิ่ง..ดูแล้วเหมือนมันกำลังยื้อยึด..ไว้อย่างสุดกำลัง..มันจะรู้บ้างไหมว่า..ที่สุดแล้ว..ใบมันก็ต้องร่วงหล่นไป..ตามธรรมชาติ..

ตอนดูภาพครั้งแรก..ฉันสึกว่าเหมือนมันกำลัง..เอื้อมคว้าบางสิ่งที่สูงเกินไป..
แต่มาลองนั่งดูอีกที..ถ้าเราเพียงหาวิธีเอื้อมอย่างถูกวิธี..
มันอาจอยู่แค่เพียงเราเอื้อมมือไปเท่านั้น...

นั่นสิ...แล้วมัน..คือ แค่เอื้อม หรือ สุดเอื้อม กันแน่นะ..

 

 

1月8日

วันอาทิตย์..ที่รัก

>>วันนี้ตื่นมาด้วยเสียงโทรศัพท์ จากอีกฟากฟ้าแถวๆ CA...ไม่ได้ยินเสียงมานาน..แต่การได้คุยแต่ละครั้ง..ก็ยังสัมผัสถึงความรู้สึกอบอุ่นที่ส่งผ่านมาเสมอ..วันนี้เลยถูกปลุกขึ้นมา..อวยพรปีใหม่..มีดุแถมเล็กน้อย..จากความขี้เกียจของฉัน..มันเลยทำให้ใจอิ่มเอมแต่เช้า...(ก็ไม่เช้าหรอก..จะบ่ายโมงแล้ว)..แถมใจดีอนุญาตให้ฉันนอนต่ออีกสองชม..แต่ด้วยความละลาย..(ยังพอมีสำนึกบ้าง) เลยลุกทำโน่นทำนี่ไปเรื่อยเปื่อย..

 

>>ปกติแล้ว..ฉันคิดว่าทุกคนคงจะมีกิจกรรมต่างๆที่ชอบทำในวันหยุด..โดยเฉพาะวันอาทิตย์ อากาศหนาวๆ..การได้นอนใต้ผ้าผ่มอุ่นๆมันช่างสุขเสียนี่กระไร..(จิงๆแล้วขี้เกียจ)..ฉันเอง..ทุกๆเช้าวันอาทิตย์ ฉันจะโทรรายงานตัว..ให้ทุกคนรับรู้ว่าฉันมีชีวิตดีอยู่...และฉันมักโทรตอนเพิ่งตื่นนอน..ไม่รู้ทำไม..เหมือนว่า..เวลาตื่นตอนเช้ามา..ฉันอยากได้ยินเสียงคนที่ฉํนรักทุกๆคน..ถ้าเป็นไปได้อยากได้ยินทุกๆวัน..

 

>>ส่วนใหญ่เริ่มต้นด้วยการโทรหา

             >ป้าติ๊กกุ (น้าสาว)..เซย์ โอฮะโย..แล้วป้าติ๊กกุ เองก็ยังนอนกลิ้งบนที่นอนเหมือนที่คิดไว้..

             >แม่..แล้วก็ฝากไปถึงพ่อ..และทุกๆคน..ยายปิ่นสุดที่รัก..และลุงป้าน้าอาทั้งหลาย..วันนี้โทรไปตอนแม่ซื้อของอยู่..เสียงเลยดัง..แต่ก็ได้คุยเยอะแยะ..

             >ยัยปุ๋ม (น้องสาวสุดเลิฟ) แต่หล่อนไม่รับสาย..สงสัยทำงานยุ่งอยู่..

             >อาจารย์อ้อม (นังเขียวเพื่อนเลิฟ)..วันนี้พี่อ้อม..อยู่ห้องแลปแฮะ แปลกดีไม่ค่อยเห็นฉากแบบนี้..พี่อ้อมช่วย อาจายร์อุ๊(เพื่อนในรุ่นอีกคนหนึ่ง) ทำงานอยู่ เลยได้คุยก็ อ. อุ๊ ด้วยไม่ได้คุยนานมาก..อิจฉาๆ..อ.อุ๊..นัดกะ อ.แอน(เพื่อนอีกคนในรุ่น สอนที่ ม. อุบล..เออไมเพื่อนเป็น อาจารย์ กันเยอะจัง)..จะไปเขาใหญ่กัน อาทิตย์ หน้า..อิจฉามาก..เพราะฉันคิดถึงเขาใหญ่สุดๆ..เอาไว้จะเขียนเรื่องราวของเขาใหญ่..เกือบจะเป็นบ้านหลังที่สอง..ที่ชอบแอบ..ไปมาบ่อยๆ..เออๆ ยังไงก็คิดถึงเพื่อนๆ และเขาใหญ่..ไว้จะกลับไปทำหมูกระทะ..ให้กินบนเขาใหญ่อีกนะ พวกแก..

              >น้องฟริ๊นท์ (ลูกสาว)  วันนี้น้องฟริ๊นท์ หลับ..เลยไม่ได้คุย..แต่ได้คุยกะแม่น้องฟริ๊นท์เหมือนเดิม(เพื่อนรุ่นพี่ที่สนิทมากๆคนหนึ่ง)..คุยกะน้องฟริ๊นท์ที่ไร อยากมีลูกทุกที..ตอนนี้ลูกสาวอายุแค่สองขวบ นิดๆ..ยังคุยอะไรไม่ได้มากไปกว่า..ฮะโหย..น้าปูแต่คงจำไม่ได้ว่าหน้าตาน้าปูเป็นไง..แต่ได้คุยกะน้าปู..ทุกอาทิตย์..

 

>>ว่าไปเออ..ไมเหลือคนที่คบน้อยจังเลยฟะ..อิอิ..แต่นั้นแหละทุกๆวันอาทิตย์ ฉันต้องโทรรายงานตัวกะคนที่รักเหล่านี้..อาทิตย์ไหน นึกกรึ่มๆ ก็จะมีพิเศษ โทรหาเพื่อนคนอื่นๆอีก..เล็กน้อยตามกำลังทรัพย์ที่เหลือในบัตร..โทรศัพท์..

 

>>หลังจากโทรรายงานตัว..ฉั้นมักชอบนั่งกิน กาแฟ อ่านข่าว..จากนั้นก็ ซักผ้า..ทำความสะอาด..ทำโน่น ทำนี่ไปเรื่อยๆ...วันนี้อาหารตอนเช้าก้เป็นโจ๊กหมูใส่ไข่..แบบง่ายๆ..แต่อร่อยจนยั่วน้ำลาย..ให้ตายซิ..เพิ่งรู้ตัวว่ามีพรสวรรค์ในการทำอาหาร..อันนี้ต้องยกประโยชน์ ให้ คุณประนอม..คุณแม่ทีเคารพของฉัน ที่มักสอนฉัน ทางอ้อมไม่รู้ตัวมาตั้งแต่เด็ก..อุอุ..แต่ลูกสาวมักขี้เกียจทำ..และไม่เคยทำเลยตอนอยู่เมืองไทย..ใครที่ได้กินอาหารฝีมือฉันนี่..ถือว่าท่านโชคดีสุดๆ

 

>>ฉันเลยรักวันอาทิตย์มากๆ..เพราะได้คุยกะทุกคนที่รัก..ได้อยู่กับตัวเอง..ส่วนใหญ่ไม่รับทำงานใดๆ..ไม่รับนัดใครๆ..อยากอยู่แบบปล่อยเวลาสบายๆไปเรื่อยๆ..มีความสุขดี..

 

>>วันนี้..เลยพิเศษหน่อย ตรงที่ ตื่นด้วยเสียงปลุก ของใครบางคน..ปกติไม่มีหรอก..เพราะไม่ค่อยมีใครรู้เบอร์โทร...วันนี้ฉันเลยเปลี่ยนจาก กินกาแฟอ่านข่าว..มานั่งเขียนสเปซ..เพราะใจมันสุขๆ..กะวันที่แสนสบายๆ..ตอนบ่ายวันอาทิตย์...

 

1月6日

กลิ่น

"ห่างหายไปจากการ อัปสเปซ นานมาก..รู้สึกตัวอีกที..ก็วันที่ 6 เข้าไปแล้ว..ยังไม่ได้  Happy New Year เลย..จะว่าไป..ช่วงปีใหม่ก็ยุ่งสุดๆ..และเหนื่อยสุดๆ..แต่ก็เที่ยวสุดๆ..เมาสุดๆ..เกเร..ทำตัวเหลวไหลสุดๆ..ทำมันไปสุดๆ..แล้วก็เบื่อ..ตอนนี้ก็เลิกทำ..หันมาตั้งหน้าตั้งตาเรียน อีก..อันที่จิงเหลืออีกสิบวัน จะ โพรเกรซ งาน ..แต่ยังไม่ถึงไหนเลยแฮะ....ก้ได้แต่บ่น..แต่ไม่ทำอะไร.." 
 
มาถึงเจ้าหล่อนก็บ่นเอ้าบ่นเอา..เหมือนไม่มีคนคุยด้วยมานาน..แต่เวลาอาทิตย์เดียวเอง..ช่วงปีใหม่ กลับมีเหตุการณ์เกิดกับชีวิจเยอะแยะไปหมด..เฮ้อ..

ปีใหม่ปีนี้..เป็นปีที่สามที่ ฉั้นเค้าดาน์ว อยู่บ้านคนเดียว..เป็นปีที่สามที่อยู่ที่นี่..เวลามันช่างผ่านไปเร็วจริงๆ..เรื่องราวมันเกิดขึ้นมากมาย..จนไม่มีเวลาให้คิดถึงวันว่างๆ..ผ่านมาอีกที เอ้า ปีใหม่ปีที่สามแล้วนี่..
 
ช่วงปีใหม่ ใครทำอะไรกันบ้าง..แต่ฉั้นก็ได้ไปไหว้พระที่วัดเดียวกัน..สามปี..แปลกดี..ฉันไปไหว้พระในวันที่หนึ่ง..ทุกปี..ก็คนเหมือนคนญี่ปุ่นคนอื่นๆที่นิยมไปไหว้พระ..ไม่ซินะ..เหมือนคนพุทธทุกๆคนที่ชอบไหว้พระขอพรต่างๆเพื่อให้มีสิ่งดีๆเข้ามาในชีวิต..
 
1 มกราคม 2547
 
ไปไหว้พระ..ออกจากบ้านไปไหว้พระตอนตี สอง..คนเยอะมากๆ..แบบไม่ต้องเดินเอง..ไหลๆไปเรื่อยๆ..ยังงง ทำไมทุกคน ต้องมาเวลาเดียวกันนะ..ไปถึงหน้าวัด..อันที่จริงเป็นศาลเจ้ามากกว่า..(ญี่ปุ่นจะมีสองแบบ คือ ศาลเจ้า และวัด..คนละนิกายกัน..แต่ไม่รู้จริงๆว่าอันไหนนิกายอะไร..เอาไว้ค่อยมาบอกละกัน) นั้นแหละ ก่อนเข้า..ก้ไปล้างมือ ล้างหน้าก่อน..เสียดายไม่รูปมาให้ดู..ไว้เป็นการบ้านอีกข้อละกัน..แล้วเข้าไปไหว้พระ..จากนั้นไปเสี่ยงเซียมซี ปกติไม่ค่อยชอบเสี่ยง..จริงๆแล้วกลัว..แต่ค่อยข้างเป็นคนจมูกดี..หรือมีลางสังหรณ์ประมาณนั้น..ฉันได้กลิ่นดีๆเลยไปเสียงดู..กู้ดได้ใบดีสุดฤทธิ์..เริ่มต้นปี ก้อไปได้สวย...แล้วก็เป็นปีดีๆอีกปีหนึ่งๆ..เรียนภาษาก็ สนุกดี..ได้งานพิเศษทำ..สอบเข้าโอซาก้า ยู ได้..แถมมีกิ๊กๆ ให้ชื่นหัวใจ..
 
1 มกราคม 2548
 
ฉันไปไหว้พระวัดเดิมอีก..แต่ครั้งนี้ไปตอน บ่ายโมง..โฮะๆๆ..คนยังเยอะสุดๆ..ก็ไปไหว้พระเหมือนเดิม..แต่ไม่ได้เสียงเซียมซี..เพราะปีนี้ได้กลิ่นไม่ค่อยดี..กลิ่นมันเริ่มไม่ดีตั้งแต่ ช่วงปลายปีแล้ว..เลยไม่เสี่ยงเพราะกลัวไปตอกย้ำกลิ่นไม่ดี...แล้วก็เป็นแบบนั้นจริงๆ..หลังจากไหว้พระวันที่หนึ่ง..วันที่สาม..กลิ่นตุๆ ก็..เริ่มระบาด ...มันก็เป็นกลิ่นที่ทำให้ฉัน..ต้องหาทางกำจัด..จากนั้นเหตุการณ์ ก็ผ่านมาเรื่อยๆ ตั้งแต่ต้นปี..เหมือนคนบนฟ้า..ส่งอะไรมาในเวลาเดียวกัน..เป็นอะไรที่พิสูจน์ใหเคณได้เห็น ว่า สิ่งที่คุณคิดว่ามันแน่นอน..มันไม่แน่นอน..นั้นมันเป็นยังไง..
 
เริ่มต้นด้วย..อกหัก รักคุด..ทำบาปแบบไม่รู้ตัว...ตกงาน อยู่ๆ ร้านก็ ปิดเอาเฉยๆ..หมายความว่าจะไม่มีงานทำ ไม่มีเงิน..แล้วจะอยู้ได้ไงฟะ...เท่านั้นไม่พอ..เรื่องเรียนก็..มีปัญหา..สอบไม่ผ่าน...สอบทุนก็ไม่ผ่าน..ขอลดค่าเล่าเรียน..ก็ไม่ได้..แล้วมาหลอกให้ดีใจกัน..ชิ..แล้วที่สำคัญ..ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลาเดียวกัน..ฉันยังไม่รู้เลย..ว่าควรเสียใจเรื่องไหนก่อนดี..ปกติแค่อกหัก ฉั้นก็จะเป็นจะตาย..พอช่วงกลางปี..ก็มีเรื่องราวที่บ้านเกิดขึ้น..ถึงขนาดฉันตัดสินกลับเมืองไทย..กะว่าจะไม่เรียนอีกแล้ว..รู้ว่าตอนนี้ที่บ้านกำลังต้องการฉัน..แต่ฉันก็ช่วยอะไรใครไม่ได้..เลยรู้สึกแย่สุดๆ แต่นั้นแหละ..ไม่มีเวลานั่งเสียใจเยอะ..ต้องแก้ปัญหา..ทีละเรื่อง..ฉะนั้น..ครึ่งปีแรกของปี..เป็นเวลา..ที่คนบนฟ้ากับฉัน..ปะทะ ความอึดกัน..ว่าใครจะ อดทนกว่ากัน..ฉั้นอยู่ด้วยความหวัง..ที่บอกตัวเองทุกวันว่า.."Everything's ganna be al-rite" ทุกอย่างมันจะดีขึ้น..ฉันไม่มีเวลาเล่นสนุก..ไม่มีเวลาเที่ยวกะเพื่อน..ไม่มีเวลาอ่านหนังสือ..ไม่มีเวลาเสียใจ..ท้อใจ..พอเหนื่อยๆ ก็ ปล่อยให้ เหงื่อมันไหล..แต่มันมักไหล ออกมาทางตา..แปลกดี..แล้วก็กลับมา หัวเราะเหมือนเดิม..พอเป็นมากๆ..ก็ยิ่งต้องหัวเราะมากๆ..จึงไม่ค่อยมีคนรู้เรื่องราวมากมาย..เพราะไม่เคยบอกใคร..
 
จากการปะทะความอดทนกัน..คนบนฟ้าก็..ก็ประทานรางวัล..โดยการทำให้ฉันได้ทุน..ทีนี้เริ่มมีชีวิตที่ดีขึ้น..ได้เที่ยวกะเพื่อน..ได้ไปที่ที่อยากไป..ได้ทำสิ่งที่อยากทำมากขึ้น..ชีวิตมันก็เป็นแบบนี้แหละ...แล้วร้านก็เปิด..แล้วฉั้นก็ได้งานกลับมา..เรื่องเรียนก็เริ่มเข้าที่เข้าทาง.ได้ลดค่เล่าเรียน.แต่ไม่ไม่ได้..ความรักกลับมา..เพราะไม่เคยคิดจะเอาคืนมา..
 
แต่นั้นแหละ..คนบนฟ้าก็เหมือนแกล้งกัน..เอามาให้อยากๆ แล้วเอาคืน..ดีนะที่ฉันตั้งตัวทัน..อยู่ค่าเรียนที่ได้รับการลดทุกเทอม..โรงเรียนใจร้าย..ไม่ยอมลดให้..เพราะเห็นว่าได้ทุน..แต่ไม่คิดว่า..ค่าเรียนมันครึ่งหนึ่ง ของทุนนะนั้น..เซ็งอีก..งานที่ร้านก็ น้อยลง..จนคิดว่า น่าจะไม่ได้ทำแล้ว..เซ็งอีก..แต่ก็จะกลัวอะไร..ครึ่งปีแรกยังผ่านมาได้..แค่นี้ จิ๊บๆ..
 
ความรักเก่าหายไป..รักใหม่ก็มาเยือนไม่ขาดสาย..ฟังแล้วน่าจะดี..น่าอิจฉา..แต่เศร้าสุดๆ..เพราะก็เหมือนๆเดิม..ก็คงมีแค่ใครบางคนที่บังเอิญผ่านมา..มาเป็นอะไรดีๆ..แต่นั่นแหละ..เมื่อเค้าไม่ได้ต้องการ..ก็ปล่อยเค้าไป...ก็แค่นั้น..นานๆก็ส่งความคิดถึงไปสักที..ความรู้สึกดีๆก็เก็บไว้ที่เดิม..
 
สรุปเป็นปีที่พิสูจน์ ความอดทนได้ดีปีหนึ่ง..เป็นเรื่องที่ งง ว่าผ่านมาได้ไง..แต่ก็ดีใจที่ผ่านมา
ได้ด้วยดี..จากกำลังใจ..จากเพื่อนดีๆ..จากอะไรหลายๆอย่าง..พอนึกกลับไป..ฉันก็มีความสุขและไม่กลัวที่จะเดินต่อไปอีก..
 
1 มกราคม 2549
 
ฉันไปไหว้พระวัดเดิมอีก...แต่ตอนนี้ไปตอน ทุ่มหนึ่ง..คนไม่ค่อยเยอะ..แน่นอน ฉันไปไหว้พระ..และก็ไปเสี่ยงเซียมซี..เพราะฉันได้กลิ่นหอม แปลกๆ..แล้วมันก็ออกมากู้ดสุดฤทธิอีก..หมายถึงใบที่ดีมากๆ..แต่ที่แปลกกว่านั้น..มันเป็น..เลขเดียวกันกะปีแรกที่ได้..หมายเลข  16  ฉันยังเก็บของเก่าไว้..ตอนเอามาอ่านครั้งแรก..ตกใจต้องเอามาดู..แล้วก็ได้แต่แปลกใจกัน..ไม่รู้ว่าอะไรจะเกิด..ไม่รู้ว่าจะเป็นไง..แต่ฉันได้กลิ่นแห่งความสนุก..ท้าทาย..ฉั้นทำงานตั้งแต่ ต้นปี..ไม่ได้หยุด ไม่ได้เที่ยวเหมือนเดิม..แต่ฉั้น..ก็ได้กลิ่นดีๆ..เพราะไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น..ฉันไม่กลัวอีกแล้ว..มาลองกันอีกตั้งหนึ่ง..น่าสนุกดีแฮะ..จริงๆนะ..มันมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก..
 
 
 
^^ฉันไม่รู้ว่าจะอวยพรปีใหม่..ยังไง..แต่อยากบอกทุกคนว่า..อยากให้ทุกคนใช้ชีวิตบนความไม่ประมาท..รู้เท่าทัน..อารมณ์ และจิตใจของตัวเอง..ขอให้ทุกคนเข้มแข็ง...สนุกกะการใช้ชีวิต..ขอให้ทุกวันเป็นวันดีๆของชีวิต..ขอพระคุ้มครอง..^^